Untitled Document
  •              ปี พ.ศ. 2492 ฯพณฯ จอมพลผิน ชุณหะวัณ รองผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้ชักชวนข้าราชการในกองทัพบกทุกท่านให้เสียสละเงินรายได้ปีละ 1 วันเพื่อให้กองทัพบก รวบรวมสมทบทุนก่อสร้างโรงเรียน โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบก” เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการจัดการศึกษาของชาติ และเป็นการตอบแทนข้าราชการสังกัดกองทัพบก ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องการจัดหาโรงเรียนให้กับบัตรหลาน โดยเงินจำนวนนี้ใช้ชื่อย่อว่า “เงินงบ ง.ส.ร.บ.” และได้เริ่มดำเนินการสะสมเงินนี้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฏาคม พ.ศ. 2492

  •             เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 ได้มีการก่อสร้าง “โรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบกส่วนกลาง” ขึ้นที่ ริมถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีจอมพลประภาส จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้ริเริ่ม และมอบหมายให้พลเอกเต็ม หอมเศรษฐี เป็นประธานอนุกรรมการการจัดตั้งและก่อสร้าง

                ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2511 การก่อสร้างโรงเรียนเสร็จสิ้น โดยมี ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น และท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เป็นผู้ให้การอุปถัมภ์ ซึ่งมีการเปิดสอนในสายสามัญอย่างเดียว

  •             ในปี พ.ศ.2515 กองทัพบกได้จัดตั้ง “โรงเรียนพณิชยการบุตรข้าราชการกองทัพบก” โดยเปิดสอนในแผนกพณิชยการหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้บุตรข้าราชการกองทัพบกและบุคคลอื่นได้ศึกษาต่อในสายอาชีพ โดยมีอาคารเรียน 2 หลัง และหอพัก 1 หลัง โดยมีพลเอกทวิช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เป็นเจ้าของ ในนามของตัวแทนกองทัพบก มีพันตรีพิษณุ อินทรกำแหง เป็นผู้จัดการ และพันตรีสุบรรณ แสงพันธุ์ เป็นครูใหญ่

                โดยในปีการศึกษาแรกมีผู้สมัครและเข้าเรียนประมาณ 400 คน แบ่งเป็น 9 ห้องเรียนละประมาณ 40-50 คน โดยส่วนใหญ่เป็นบุตรของข้าราชการกองทัพบก และในปีการศึกษาแรก (ปีการศึกษา 2515) เป็นการเรียนรวม และแยกแผนกในปีการศึกษาที่สอง (ปีการศึกษา 2516) ซึงแบ่งเป็น 3 แผนก คือ แผนกบัญชี แผนกเลขานุการ และแผนกการขาย

                ในปี พ.ศ.2516 มีการเปิดสอนแผนกช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า และช่างวิทยุ เพิ่มขึ้นอีก 3 แผนก และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนอาชีวศึกษาบุตรข้าราชการกองทัพบก" และภายหลังกองทัพบกได้ มอบให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการต่อ เพราะพิจารณาเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนผู้ชำนาญในการจัดการ ตลอดจนอาคารเรียน อุปกรณ์ ที่ดิน และทรัพย์สิน

  •             เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2517 ได้มีการโอนภาระหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้กับกระทรวงศึกษาธิการ โดยพลเอกกฤษณ์ สีวะรา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น เป็นผู้มอบ โดยมอบโรงเรียนที่เปิดสอนวิชาสามัญ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี” และโอนโรงเรียนอาชีวศึกษาบุตรข้าราชการกองทัพบกไปอยู่สังกัดกรมอาชีวศึกษา และเพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึงกองทัพบก กระทรวงศึกษาธิการจึงขอพระราชทานนามของ "จอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ" ซึ่งเป็นเสนาธิการของกองทัพบกเป็นชื่อใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยจักรพงษภูวนารถ”

                เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2520 ได้มีการโอนสถานศึกษาในสังกัดกรมอาชีวศึกษาทั้งหมด 28 แห่ง ไปอยู่สังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อเป็น “วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ”

                ปี พ.ศ. 2527 เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สายวิชาบริหารธุรกิจ 3 แผนก คือ แผนกการบัญชี แผนกการตลาด และแผนกเลขานุการ และเปิดสอนแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจในปีการศึกษา 2528

  •             วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531 วิทยาลัยจักรพงษภูวนารถ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ" ตามวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อใหม่ให้ว่า "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล"

                ปี พ.ศ. 2537 สภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้อนุมัตติให้วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตร 2 ปี(ต่อเนื่อง) หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศ (คอมพิวเตอร์) และมีการอนุมัติเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทั่วไปต่อมา

                ปี พ.ศ. 2542 เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี บริหารธุรกิจบัณฑิต ภาคปกติ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป และมีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเพิ่มทางเลือกในการศึกษาให้มากขึ้น จนปี 2547 เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี วิทยาศาสตรบัณฑิต ภาคปกติ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

                วันที่ 15 พฤศจิกายน 2547 ได้มีการลงนามความร่วมมือ โครงการจัดการศึกษาภายนอกมหาวิทยาลัยฯ ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ ภาคสมทบ ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ และโรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออก (E.TECH) ชลบุรี

  •             เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดพระอนุสาวรีย์ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนารถ ณ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ซึ่งวันที่ 13 มิถุนายน 2463 เป็นวันเสด็จทิวงคตของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เราจึงถือเอาวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ” เพื่อให้แก่ข้าราชการและประชาชนได้สักการะบูชา และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทำคุณประโยชน์มหาศาลต่อกองทัพบกไทย และเทิดพระเกียรติของพระองค์ท่าน"

  •             ใน พ.ศ. 2548 จากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2548 และได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 พระราชบัญญัติดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 19 มกราคม 2548 มีผลให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเดิม ตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2518 ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลถูกแบ่งแยกออกเป็น 9 มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ประกอบด้วย 4 วิทยาเขตดังนี้
                            1. วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ
                            2. วิทยาเขตจันทบุรี
                            3. วิทยาเขตบางพระ จ.ชลบุรี
                            4. วิทยาเขตอุเทนถวาย